parinda 的个人资料Pomme...happy from insid...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
11月17日 บริจาคโลหิตกันนะวันนี้ได้มีโอกาสไปที่สภากาชาด
ป่าว...ยังไม่ได้ไปบริจาคโลหิตกับเค้าหรอก
แต่เรียกว่าไป survey ไว้ก่อนก็คงจะได้
วันนี้คุณสมบัติไม่พร้อมจริงๆ
เพิ่งรู้ว่าตอนนี้เค้ามีโครงการทำดีถวายพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการบริจาคโลหิตเพิ่มอีกครั้ง
ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2550
ดูซิ จะหมดปีแล้ว น้องปอมเพิ่งจะรู้ แต่ไม่เป็นไรน่าจะยังทันเนอะ
อย่างงี้เราต้องงดยาก่อน ถึงจะบริจาคได้
ยอมๆ เดือนนึงคงไม่ทำให้เราแย่ลงกว่าที่เป็นอยู่เท่าไหร่ อิอิ
ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสไว้ว่า
การบริจาคโลหิตเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ได้ช่วยให้คนรอดตายไว้ได้มาก
แม้มีเงินก็ช่วยอะไรไม่ได้ หากไม่มีคนใจกุศลเช่นนี้
การบริจาคโลหิตดูโดยเผินๆก็น่ากลัวอันตราย
แต่ที่จริงแล้วไม่มีอันตราย มีแต่ประโยชน์แก่ผู้ให้และผู้รับ
ให้ช่วยกันบริจาคโลหิตเป็นประจำ ไม่ใช่เพียงแต่บริจาคเฉพาะครั้งนี้...
ค่ะ แต่จะเริ่มครั้งนี้เป็นครั้งแรกนะคะ
หวังว่าความตั้งใจดีของเราครั้งนี้จะสำเร็จโดยราบรื่น...เพี้ยง!
นอกจากนี้เค้ายังมีการแจ้งความจำนงให้เราอุทิศอวัยวะด้วย
ก็เน้นที่ หัวใจ ตับ ไต ปอด ประมาณนี้
เพราะฉนั้น ต่อไปนี้เราควรจะต้องดูแลร่างกายของเราให้ดีขึ้น
จะพยายาม (หนักใจจัง)
สงสัยคงต้องดูแลหัวใจให้ดีเป็นอันดับแรก 555
ก็ถ้าใครมีโอกาสก็ช่วยๆกันร่วมทำมหากุศลนะคะ
เป็นการช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องใช้เงิน
คนรวยก็ทำได้ คนจนก็ทำได้ เท่าเทียมกัน มาแค่ใจกับสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงก็พอ
อิ่มทั้งกาย(เพราะมีของว่างให้กินหลังบริจาคเสร็จ) อิ่มทั้งใจ แถมได้บุญอีกด้วยน้า... 11月13日 “แต่งงานกันมั้ย?”“แต่งงานกันมั้ย?”(จากภาพยนตร์เรื่อง Tale of the Unusual ตอน The marriage simulator)
"บทความนี้มีการเฉลยเนื้อหาที่อาจจะทำให้ผู้อ่านเสียอรรถรสในการชมภาพยนตร์" ...หากคุณเคยชมภาพยนตร์กันมามากแล้ว สนใจอยากลองชมภาพยนตร์อีกสักเรื่องไหม...ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เหมือนใคร เพราะมันจะฉายภาพชีวิตหลังแต่งงานของคุณ อย่างซื่อตรงที่สุด... ---000--- สายฝนเทลงมาอย่างไม่ผ่อนพัก สาดสายพร่างพรูไปทั่วท้องถนน ฮารุกำลังหลบฝนอยู่ใต้ชายคาหน้าโรงภาพยนตร์ หล่อนนึกขัดใจตัวเองที่ลืมร่มไว้บนรถไฟฟ้า ไม่เช่นนั้นคงกลับถึงบ้านนานแล้ว รถเมล์คันหนึ่งแล่นมาจอด ยูอิจิรีบลงจากรถ วิ่งมาหลบฝนที่ชายคาโรงภาพยนตร์ไม่ห่างจากฮารุนัก ทั้งสองยืนเงียบ ๆ อยู่ชั่วครู่ สายฝนยังไม่มีท่าทีจะซาแม้สักน้อย ภายนอกดูขาวพร่างราวกับจะแยกสองหนุ่มสาวให้อยู่ในดินแดนส่วนตัว เข็มนาฬิกาขยับเดินทีละนิด ยูอิจิค่อยรวบรวมความกล้า เอ่ยปากทักทายหญิงสาว...ท่ามกลางสายฝนที่ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตาเช่นนี้ ฮารุไม่มีอะไรทำมากไปกว่าพูดคุยทักทายตอบกับยูอิจิ ชายหนุ่มสุภาพ น่ารัก ผู้มากับสายฝน นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรักใต้ม่านพระพิรุณ... ---000---
ความรักสุกงอม ยูอิจิกับฮารุตัดสินใจแต่งงาน โดยใช้บริการของบริษัทรับจัดงานแต่งงาน...บริษัทนี้มีแพคเกจให้คู่วิวาห์อย่างน่าสนใจ นอกจากสถานที่จัดงานและทุกสิ่งพร้อมสรรพแล้ว หลังจากแต่งงานหนึ่งปี ทางบริษัทจะส่งตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แบร์คู่ไปให้เป็นที่ระลึก ครบรอบห้าปี จะส่งไวน์ซึ่งหมักบ่มมา ห้าปีนับจากวันแต่งงาน ไปให้ทั้งคู่ดื่มฉลองสมรส และเมื่อครบสิบปี ก็จะส่งม้วนวิดีโอ ที่ต่างคนพูดความในใจ ให้แก่คู่สมรสของตนในอีกสิบปีข้างหน้า
หลังจากฮารุกับยูอิจิตกลงเลือกใช้บริการของบริษัทนี้ ก็ได้ไปอัดวิดีโอความในใจให้แก่คู่สมรสตนในอีกสิบปีข้างหน้า จากนั้นก็พบว่า บริษัทนี้ยังมีบริการอีกอย่างที่กระตุ้นความอยากรู้ของคู่วิวาห์ นั่นคือบริการดู “ภาพจำลองหลังชีวิตแต่งงาน” ซึ่งภาพจำลองนี้จะใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพจากข้อมูลดีเอ็นเอของแต่ละฝ่าย รวมถึงภูมิหลัง ประวัติส่วนตัวมาประกอบ ทำให้สามารถคำนวณ สร้างภาพชีวิตคู่หลังแต่งงานอย่างใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด แน่นอน...ฮารุและยูอิจิย่อมสนใจอยากรู้...ชีวิตหลังแต่งงานจะเป็นเช่นไร ---000--- วันวิวาห์อันแสนสุข รอยยิ้ม กลีบกุหลาบกระจายเกลื่อน ตื่นเช้ามาพบคนรักนอนเคียงข้าง ช่างสุขเหมือนในฝัน...แต่พอนานวัน เริ่มมองเห็นนิสัยเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ ของแต่ละฝ่ายที่ไม่สอดคล้องกัน มีความขัดแย้งเล็ก ๆ ควบคู่กับการพยายามปรับตัว ปรับใจเข้าหากัน ผ่านปีแรกไปอย่างไม่มีปัญหาร้ายแรง แต่สองฝ่ายก็ได้เห็นอีกด้านของคู่ตนชัดเจน ยูอิจิกลับจากทำงานนอกบ้าน ก็จะทำตัวตามสบาย ฮารุจู้จี้ ขี้บ่น มากกว่าเดิมเรื่องที่เขาไม่เคยแบ่งเบาภาระงานบ้านจากเธอ ปัญหาที่เหมือนไม่หนักหนาแต่ก็สะสมมาเรื่อย ๆ ขนาดมีลูกคนแรก ยูอิจิก็ยังทำให้ฮารุเสียความรู้สึก เรื่องการตั้งชื่อลูกอีก ครบรอบห้าปี ไวน์จากบริษัทรับจัดงานแต่งงานมาถึง แต่ยูอิจิก็ติดงานสำคัญ มีภาระรับผิดชอบงานในหน้าที่มากเกินกว่าจะมาร่วมดื่มไวน์ฉลองครบรอบวันวิวาห์กับภรรยาได้ ฮารุโกรธ โมโห เสียใจ จนเกิดปากเสียงกันรุนแรง ต่างก็ยึดในเหตุผลของตัวเอง โดยไม่ยอมเข้าใจฝ่ายตรงข้าม ลูกชายของทั้งคู่เพิ่งจะเข้าโรงเรียนไม่นาน ฮารุก็ขอออกไปทำงานนอกบ้าน เพราะเบื่อกับชีวิตแม่บ้านที่วัน ๆ ไม่ได้ไปไหน ยูอิจิไม่ยอม จนเกิดปากเสียงกันอีก จนเขาต้องยอมพบกันครึ่งทาง ให้ฮารุไปทำงานนอกบ้านได้ แต่ต้องย้ายครอบครัวไปอยู่บ้านพ่อแม่เขา เพื่อให้ปู่ย่าช่วยดูแลหลานชาย ฮารุไม่ยอมเด็ดขาด เกิดปากเสียงรุนแรงถึงขนาด ขอหย่าขาดจากกัน! ---000--- เมื่อได้เห็นภาพชีวิตหลังแต่งงานแล้ว...เป็นอย่างไร...ความสุขในวันวิวาห์มีแค่ชั่วพักชั่วยาม จากนั้นคือปัญหาที่เรียงรายมาให้ประสบ ตลอดการเดินทางของชีวิตคู่ ยูอิจิกับฮารุไม่อาจปฏิเสธได้ว่าปัญหาเหล่านั้นจะไม่เกิด...นี่คือเรื่องปกติธรรมดาของครอบครัว ควรจะบอกว่าเป็นปัญหาพื้นฐานที่ครอบครัวทั่วไปน่าจะพบเจอ ที่พวกเขาต้องยอมรับอีกอย่างคือ เมื่อเจอปัญหาเหล่านั้น พวกเขาคงจะแก้ปัญหาอย่างที่เห็นในภาพจำลอง...เพราะนั่นเป็นนิสัยของพวกเขาจริง ๆ การแต่งงานจึงถูกยกเลิก... “ก็ดีนะที่เราได้รู้ก่อนแต่งงาน... จะได้ไม่เสียเวลากันทั้งสองฝ่าย” คำพูดนี้หลุดมาอย่างขมขื่น “ถ้าหากคบกันต่อไป แล้วต้องจบลงด้วยความเศร้า เราก็ควรแยกกันให้เร็วที่สุดจะดีกว่า” ประโยคนี้มีเหตุผล แต่หัวใจคนที่ยังมีความรักต่อกันเช่นนั้น จะสามารถทำได้ง่ายดายเชียวหรือ? ยูอิจิกับฮารุแยกทางกัน ทั้งที่หัวใจยังผูกพัน ใยรักไม่ได้ขาดสะบั้น ความทุกข์จากความโหยหา คิดถึงจึงรุมเร้าใจ...แม้จะทำตัวตามปกติ แม้จะย้ำบอกตัวเองถึงตอนจบ ปลายทางชีวิตคู่ว่ามันย่ำแย่สักแค่ไหน ใจมันก็ไม่ยอมฟัง...ยังดื้อดึงหวงความทุกข์โดยไม่ยอมสร่างซา... เมื่อไม่มีพิธีวิวาห์ ทางบริษัทรับจัดงานแต่งงานจึงส่งคืนม้วนวิดีโอที่ทั้งคู่ถ่ายไว้... แต่ให้สลับกัน ฮารุได้ดูวิดีโอของยูอิจิ และยูอิจิได้ดูวิดีโอของฮารุ ฮารุเปิดดูวิดีโอของยูอิจิ แค่เห็นหน้าเขา ใจก็แทบโลดแล่นไปหา...เป็นวิดีโอที่เขาตั้งใจพูดกับเธอในวันครบรอบสิบปีของการแต่งงาน... ยูอิจิพูดถึงนิสัยเสีย ๆ ของตนเองมากมาย และขอโทษฮารุล่วงหน้าหากเขาจะทำให้เธอโกรธ หรือขัดใจ จากนั้นเขาก็เล่าความลับให้ฟังว่า...การพบกันครั้งแรกของทั้งคู่ ไม่ใช่เหตุบังเอิญหรือโชคชะตาชักพา ยูอิจิแอบชอบฮารุมานานแล้ว แต่เธอไม่สังเกตเห็นเขาเอง จนวันที่ได้เจอกันนั้น ยูอิจิก็จงใจลงจากรถเมล์ เพื่อไปหลบฝนชายคาเดียวกับเธอ...แต่เพราะฮารุคิดว่าการพบกันครั้งนั้นเป็นโชคชะตา พรหมลิขิต เขาจึงไม่กล้าเล่าความจริง ปล่อยให้เธอมีความสุขกับความคิดนี้ต่อไป ยูอิจิบอกว่าฮารุคือคนสำคัญที่สุด แม้บางครั้งจะมีการทะเลาะกันอย่างไร ขัดเคืองใจสักแค่ไหน เขาก็ยังรักเธอเสมอ สุดท้ายเขาบอกขอบคุณฮารุ สำหรับสิบปีที่แสนวิเศษ สิบปีที่เธอสามารถอดทนต่อผู้ชายอย่างเขาได้... ---000--- หลังจากต่างฝ่ายได้ดูวิดีโอจบ คงไม่ต้องตอบว่า บทสรุปของหนังเป็นอย่างไร... ระหว่างการที่ต้องอยู่คนเดียว แล้วเป็นทุกข์จากความเงียบเหงา โหยหาคนรัก ความรัก กับการร่วมใช้ชีวิตคู่ แล้วต้องเผชิญกับปัญหา ความทุกข์ที่เดาไม่ได้ คาดไม่ถึง ทั้งสองพร้อมจะเลือกความทุกข์อย่างหลัง... อาจเพราะ ถึงอย่างไรก็เป็นทุกข์...ขอหนีทุกข์ในปัจจุบันไปก่อน ต่อให้พบเจอความทุกข์ที่หนักหนา รออยู่ในอนาคตก็กล้าเสี่ยง...เพราะยังมองมันไม่เห็น ไม่รู้ว่านี่คือการตัดสินใจถูกหรือผิด? หากเลือกมองแง่ดีอีกสักนิด ในเมื่อฮารุกับยูอิจิรู้แล้วว่า ปัญหาของการใช้ชีวิตร่วมกันมีอะไรบ้าง ต่างก็รีบปรับตัว ปรับใจกันเสียตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกัน พร้อมรับมือกับปัญหาเหล่านั้นก็น่าจะทำให้ชีวิตคู่ราบรื่นกว่าเดิม แต่จะผ่านอุปสรรค ปัญหาได้จริงหรือไม่...มันคงต้องลองเสี่ยงดู! ถ้าถามว่า มีเส้นทางของชีวิตคู่ที่ไม่ต้องเสี่ยงต่อความทุกข์เลยหรือไม่... คำตอบคือ...ไม่มี เพราะความทุกข์คือความจริง เพราะความเปลี่ยนแปลง ไม่เที่ยงทนคือความจริง เพราะความไม่ใช่ตัวตน บังคับควบคุมไม่ได้คือความจริง อยากจะเดินบนเส้นทางออกจากทุกข์ ต้องเรียนรู้ความจริงเหล่านี้...แต่ถ้าเห็นว่า เวลานี้ยังไม่จำเป็น ก็อย่ามาเสียเวลาพร่ำบ่นต่อความทุกข์กันเลย หวงเหตุแห่งทุกข์ไว้...ย่อมหนีทุกข์ไม่พ้นหรอก |
|
|